วิธีทำให้ปุ่มกดไม่ได้โดยที่ไม่เปลี่ยน Sprite เป็น Disabled by

29
Sep
0

จากบนลงล่าง กดได้ / กดไม่ได้ / กดไม่ได้

จากรูปด้านบน ปกติแล้วปุ่ม UI Button จะมีอยู่ 3 State คือ Normal / Pressed / Disabled ทีนี้ปุ่มที่โชว์ขณะไม่มีแอคชั่นใดๆก็จะมองเห็นได้อยู่สองแบบคือ Normal กับ Disabled แต่โจทย์คือเราอยากได้แบบที่ 3 คือดูเหมือนปุ่มกดได้ (Normal) แต่ว่าจริงๆแล้วกดไม่ได้ เลยมีวิธีแก้โดยใช้โค๊ดดังนี้ฮะ

Set Sprite ไว้ตามปกติ สีขาว Normal / สีแดง Disabled


if (isLock) //ถ้าล็อค
{
buttonTrans.GetComponent<BoxCollider>().enabled = false; //ปิด BoxCollider
button.enabled = false; //Disable ตัวปุ่มไป โดยจะไม่ใช่ .isEnable ที่จะทำให้ปุ่มนั้นเปลี่ยน state เป็น Disabled
}
else //ถ้าปกติ
{
button.isEnabled = true; //เปลี่ยนกลับเป็น Normal
button.enabled = true; //Enable ตัวปุ่ม
buttonTrans.GetComponent<BoxCollider>().enabled = true; //เปิด BoxCollider
}

ตามโค๊ดด้านบนถ้าเรียง Order ผิดก็จะแสดงผลผิดได้ เพราะแค่ Hover ปุ่มก็จะทำการเช็ค State แล้ว แต่ Order ด้านบนสามารถทำให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการครับ

วิธีติดตั้งและใช้งาน PHP Composer by

29
Sep
0

เนื้อหาบทความนี้จะเน้นไปทางติดตั้งบน Server ubuntu เป็นหลักนะครับ

เริ่มจากอะไรคือ Composer?
มันคือเครื่องมือสำหรับใช้จัดการ dependency หรือความเกี่ยวเนื่องของไฟล์ PHP เพื่อนำมาใช้งานในโปรเจค
ซึ่งจะช่วยติดตั้ง ตั้งค่า และ update library เหล่านั้นให้เรา มีทั้งแบบ global สำหรับทั้ง server และ local แยกแต่ละโปรเจค

ระบบที่ต้องการ PHP 5.3.2+

วิธีติดตั้ง โดยใช้ apt install composer หรือ git clone https://github.com/composer/getcomposer.org.git

แบบ local
download composer.phar จากหน้าเวปแล้วไปวางไว้ที่โปรเจค
แบบ local
ให้ย้าย composer.phar ไปไว้ที่ /usr/local/bin/composer แล้วใช้ composer แทน php composer.phar สำหรับคำสั่งที่เห็นมาจากเวปต่างๆ

คำสั่งเบื้องต้น
init – สร้างไฟล์ composer.json เพิ่มในโฟลเดอร์ปัจจุบัน
require – ใช้เพิ่ม dependency เข้ามาในโปรเจค
install – ติดตั้ง dependency จาก composer.lock หรือ composer.json
update – ตรวจสอบและติดตั้งเวอร์ชั่นล่าสุดของ dependency

[UNITY][Google Play Services] ปัญหาและวีธีแก้ไขเบื้องต้น by

29
Sep
0

เมือเราจะใช้ Plugin ที่ใช้ Services ของ Google ก็อาจจะเจอปัญหาต่างๆได้ โดยเฉพาะเมื่อเรา ใช้ Plugin หลายๆตัว ก็ยิ่งมีโอกาสเจอปัญหาเหล่านี้เยอะตามไปด้วย วันนี้จะมาเล่าถึงปัญหาที่เคยเจอและวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านั้นกันนะครับ

  • ปัญหา: Exception: JNI: Init’d AndroidJavaClass with null ptr! เมื่อใช้ Soomla
    วิธีแก้ไข: ให้ Upgrade Soomla เป็น version ล่าสุดและต้องลง Plugin เสริมของ Soomla ให้ครบ สิ่งที่ต้องมี(อย่างน้อย)คือ
    - Core
    - Store
    - HighWay
  • ปัญหา: CommandInvokationFailure: Failed to re-package resources.  Error นี้จะตามมาด้วยข้อความต่อไปนี้ (อันไดอันหนึ่งหรือทั้งหมด)
    - Error: No resource found that matches the given name (at ‘theme’ with value ‘@style/Theme.IAPTheme’).
    - Error: No resource found that matches the given name (at ‘value’ with value ‘@integer/google_play_services_version’).
    วิธีแก้ไข: ให้ลบไฟล์ google-play-services_lib หรือ play-services-….jar  ออกให้หมดแล้วเอา play-services-reslover ไปลงใน project
  • ปัญหา: Main manifest has <uses-sdk android:minSdkVersion=’9′> but library uses minSdkVersion=’15′  ปัญหานี้เกิดจากเรา set minSdkVersion ไว้ไม่ตรงกับที่ Plugin ต้องการ
    วิธีแก้ไข: ใน Player Settings > Other Settings > Minimum API Level ให้ปรับเป็น Android 4.0.3 (API Level 15)

Hotkey จิปาถะที่ช่วยให้แก้ไขภาพได้ง่ายขึ้นใน photoshop by

29
Sep
0

หลายๆครั้งที่เวลาเราวาดรูปแล้วแบ่งเลเยอร์ไว้เยอะแยะตาแป๊ะไก่ การแก้ไขแต่ละครั้งอาจต้องเสียเวลาและยุ่งยากมาก เรามีวิธีการร่นเวลาด้วย Hotkey จิปาถะพวกนี้

ctrl+alt+shift+E = copy+paste merge visible
ทำการรวมเลเยอร์ทั้งหมดที่เปิดตาไว้แล้วสร้างเป็นเลเยอร์ใหม่เลเยอร์เดียว

sample30a

ctrl+shift+E = copy+paste merge folder
เลือกที่โฟลเดอร์แล้วกด จะทำการรวมเลเยอร์ในโฟลเดอร์แล้วสร้างเป็นเลเยอร์ใหม่เลเยอร์เดียว

sample30b

selection => ctrl+shift+C => ctrl+shift+V = copy merge visible => paste merge visible
ทำการก็อปปี้ทุกอย่าง ทุกเลเยอร์ที่อยู่ใน selection และเมื่อวางจะตรงตามตำแหน่งเดิม เป็นคำสั่งที่สะดวกมากเวลาใช้แก้ไขเฉพาะจุด

sample30c

sample30d

ลงสีออร่าแบบฟุ้งๆในโปรแกรม SAI by

29
Sep
0

วิธีการลงสีออร่าแบบฟุ้งๆ แบบในภาพนี้

รูปที่ไม่มีออร่า

ใช้ Tool Brush โดยตั้งค่าดังรูป จุดสำคัญคือปรับให้ Density เป็น Spread (ปกติจะเป็น[None])

ลงสีรอบๆดาบด้วยสีเข้มก่อน

จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีสว่างขึ้น และ ปรับ Brush เป็นหัวเล็กลงแล้วลงสีรอบๆดาบ