ความแตกต่างของลูป for กับ for each by dekunderkover
Jan0
สำหรับตอนนี้จะไม่พูดถึงลูป for ธรรมดานะ (เราคิดว่าคุณรู้แล้ว)
มาเริ่มกันด้วยการสร้าง object ขึ้นมาก่อน
var obj:Object = {'id':'1','name':'myname','description':'descccc','image_name':'name/1.png','exp_max':'7'}
เราจะใช้ข้อมูลนี้กันนะ
อธิบายสิ่งที่อยู่ใน obj กันก่อน
‘id’:'1′ คือ คีย์ที่ชื่อ id เก็บข้อมูล 1 อยู่
มาเริ่มต้นที่ for( in ) กันก่อน
for(var k:String in obj){
trace(k);
}
ได้ key ออกมา คือ id name description image_name และ exp_max
มาดูกันต่อที่ for each( in )
for each(var d:String in obj){
trace(d);
}
ได้ data ออกมา คือ 1 myname descccc name/1.png และ 7
นำไปใช้กันให้ถูกนะคะ
มาทำความรู้จักกับ RSLs (Runtime Shared Libraries) by dekunderkover
Jan0
RSLs (Runtime Shared Libraries) พูดกันง่ายๆคือการแชร์ library ที่ใช้ในแอพเป็นส่วนกลางในระหว่างการทำงาน จะช่วยลดขนาดของแอพที่โหลดขึ้นมา
ลองดูรูปง่ายๆกันก่อน

เปรียบเทียบระหว่างการใช้ rsls และไม่ใช้
จากรูปจะเห็นได้ชัดว่า ถ้าไม่ได้ใช้ RSLs แอพแต่ละตัวจะเก็บ library ไว้ในตัวโปรแกรมของแต่ละตัวกันเอง ซึ่งเมื่อรันโปรแกรมแล้ว จะทำให้เกิดการโหลด library ที่ซ้ำๆกันออกมา
ส่วนภาพขวาคือการที่ใช้ RSLs ในการแยก library ออกมา เมื่อรันแอพแต่ละตัว ก็จะไม่มีการโหลดซ้ำของ library อีก
ความเหมาะสมของโปรแกรมที่จะใช้ RSLs คือ
1. เป็นแอพที่มีมินิเกมอยู่ข้างในโดยแยกตัว swf ออกจากกัน
2. ใช้ library เดียวกัน เช่น รูปภาพ ตัวละครในเกม
3. แอพที่มีขนาดใหญ่และต้องการที่จะลดขนาด เพื่อความสะดวกแก่คนที่เข้ามาใช้แอพ
แปลงภาพวาดเป็นลายเส้นแบบ Vector by TAMA
Jan0
บางทีการค่อยๆ วาดเส้นในอิลลัสมันก็อาจจะยากและนานไปนิด
ในขณะที่เวลาวาดรูปบนกระดาษมันง่ายกว่าเย้อ
แต่ถ้าเกิดเราอยากใช้รูปของเรากับโปรแกรมอิลลัสขึ้นมาล่ะ??
เราก็มีวิธีค่ะ
ก่อนอื่นวาดรูปฟรีแฮนด์แล้วสแกนเข้าคอม
adjust the levels ในโฟโต้ฉอปให้เส้นสะอาดนะคะ

หลังจากนั้นไปที่ File >> Place รูปในโปรแกรมอิลลัส

เลือก Object >> Live Trace >> Tracing Options

จะมีหน้าต่างขึ้นมา ลองตั้งค่าตามนี้นะคะ

เสร็จแล้วกลับไปที่ Object >> Live Trace >> Expand

เีรียบร้อย รูปวาดของเราก็จะเป็นลายเส้นแบบ Vector แล้วค่ะ
จะดึงจุด ปรับเส้น ลงสีฟรีแฮนด์ยังไงก็ตามสะดวกเลย

วิธี config และใช้ nginx + php-fpm + fast-cgi เบื้องต้นให้ใช้งานกับ Codeigniter by heha
Dec0
เนื่องด้วยทั่วๆ ไปแล้ว web server มาตรฐานทั่วๆ ไปที่ใช้งานกันคือ Apache แต่ว่า Apache นั้นบริโภค Memory อย่างไม่ไยดี และถ้าเว็บเรามีการใช้งาน static file จำพวกรูปภาพหรือ css, js มากๆ ก็จะกิน Memory หนักขึ้นไปอีก หลักการของ nginx จึงเปรียบเสมือนการเป็นป้ายบอกทางว่าถ้าเป็น static file ให้เรียกไฟล์นั้นๆ ขึ้นมาตรงๆ เลยไม่ต้องผ่าน apache หรือตัวกลางอื่นๆ แต่ถ้าเป็น Dynamic file เช่น PHP ก็ให้ส่งไปยัง Fast-cgi แทน ซึ่ง Fast-cgi จะทำหน้าที่อ่าน PHP เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเผื่อรองรับ static file จึงกิน Memory น้อยกว่านั่นเอง สุดท้ายจึงทำให้สามารถรองรับการใช้งานเว็บไซต์ที่มี traffic หนักๆ ได้อย่างสบายๆ กว่า apache มากหลายเท่าตัว
อันที่จริงแล้ว Apache ก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียขนาดนั้น ข้อดีของ Apache คือเหมือนเป็น All-in-one machine ติดตั้งตัวเดียว ทำงานได้ทุกอย่าง ถ้ามีคนใช้งานไม่มาก เราจะแทบไม่ต้องไปยุ่งกับการปรับ config เลยด้วยซ้ำไป เพียงแต่ว่าเมื่อเราต้องการให้รองรับการใช้งานหนักๆ ได้ เราจึงจำเป็นต้องใช้ “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน” ซึ่งในที่นี้คือ fast-cgi นั่นเอง และจะมี php-fpm คอยควบคุมสั่งการอีกทอดหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าการ config เพื่อใช้งานจึงยุ่งยากกว่า แต่ก็แลกมากับประสิทธิภาพที่น่าพอใจ





