การเพิ่ม Flash Catalyst หลายตัวใน 1 Flex project by

31
May
0

จากการที่ผมต้องคลุกคลีอยู่กับสองโปรแกรมนี้วันนี้จะมาเสนอเรื่องการเพิ่ม Flash Catalyst หลายตัวใน 1 Flex project ครับ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า Flash Catalyst คืออะไร ดียังไง อ่านได้ในบทความนี้ครับ เริ่มต้นกับ Flash Catalyst ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเว็ปทั่วๆไปจะมีการสอนการนำเข้าCatalystมาโค้ดดิ้งต่อในFlex แต่ทีนี้ถ้าโปรเจ็คของเราต้องมีหลายๆ interface ล่ะเราจะทำยังไงวันนี้ผมจะมาแสดงให้ดูครับ

โดยปกติแล้วถ้าเราจะทำการนำ catalyst มาใช้ต่อใน Flex เราจะทำการ Save ซึ่งจะได้ไฟล์ fxp ซึ่งสามารถนำไป import ใส่ Flex ได้ดังนี้ครับ

- ทำการเซฟจาก Catalyst จะได้ไฟล์ FXP มาครับ

1

-ทำการ Import file FXP ที่เราได้เซฟไว้จาก Catalyst

2

3

- ทีนี้ก็สามารถนำ interface ที่ได้จาก Catalyst มาเขียนโค้ดแล้วล่ะครับ

4

แต่ทีนี้ถ้าเราต้องการนำหลายๆ Catalyst มาอยูในอินเตอร์เฟสเดียวล่ะ เราก็ทำแบบนี้ครับ

- ขั้นแรกให้เราสร้างตัวหลักขึ้นมาก่อนใน Flex

5

- จากนั้นกลับไปที่ Catalyst ครับ ให้เรากดที่ Library

6

- จากนั้นทำการ Export Library Package โดย กดที่ปุ่ม แล้วทำการเซฟไฟล์ fpxl ออกมา

7

- จากนั้นเราก็ทำการ Import fpxl ครับ โดยทำเหมือนเดิมเลย แต่ทีนี้แทนที่เราจะได้ Flex project มา เราจะได้ Flex Component Project มาแทนครับ

8

- ก็ให้ทำแบบนี้กับทุก Catalyst ที่เราจะนำมารวมกันใน 1 โปรเจ็คนะครับ

- จากนั้นเราจะทำการเพิ่ม Component ต่างที่เราจะนำมาใช้ใน เข้าสู่แอ็พตัวหลักนะครับ โดยเริ่มจากการ คลิ้กขวาที่ แอ็พหลักแล้วเลือก Property

9

- จากนั้นให้ไปที่ หัวข้อ Flex Build Path ครับ แล้วเลือก Add Project จากนั้นก็เลือกทุกโปรเจ็คที่เราได้ทำการอิมพอร์ทเข้ามาจาก fpxl ครับ

10

- จะได้ดังรูปนะครับจากนั้นกด OK แอ็พหลักของเราก็สามารถเรียกใช้คอมโพเนนท์ต่างๆที่สร้างมาจาก Catalyst แล้วล่ะครับ

11

- ทีนี้ถ้าเราต้องการหน้าตาจาก Catalyst เราก็ทำการก็อปโค้ดจากหน้า Catalyst ครับ โดยเริ่มจากการกดที่ Design แล้วเลือก Code จากนั้นก็ Copy All เลยครับ

12

13

- จากนั้นให้เราทำการสร้างไฟล์ใหม่ในแอ็พหลักของเรา แนะนำว่าให้ทำเป็น กรุ๊ปนะครับจะได้ เพิ่มเข้าในโค้ดตัวหลักง่ายๆ

14

15

- จากนั้นให้เราทำการนำโค้ดที่ได้ก็อปไว้จาก Catalyst มา Paste นะครับ โดยแก้แท็ก s:Application ให้เป็น s:Group นะครับ แล้วก็ลบ Property 2 ตัวออกคือ backgroundColor และ preloaderChromeColor

161

- เท่านี้เราก็จะได้ ไฟล์ที่สามารถเรียกจากแอ็พหลักของเราได้โดยที่หน้าตาเหมือนกับใน Catalyst เลยล่ะครับ ถ้าเรามี Catalyst หลายๆตัว ก็ทำแบบนี้ทุกตัวครับ

แค่นี้เราก็จะได้ แอ็พหลักที่มีหลายๆ Catalyst แล้วครับ ข้อแนะนำคือระวังเรื่องชื่อคอมโพเน้นย่อยใน Catalyst นะครับ

ส่งตัวแปร array จาก PHP ให้ Javascript ทำงานด้วย Json_encode by

31
May
1

หลายคนคงเคยมีปัญหากับการส่งค่าตัวแปรที่เป็นชนิด อาเรย์จาก PHP ไม่สามารถส่งให้กับ Javascript ทำงานได้ ตอนนี้ PHP มีฟังก์ชั่นการทำงานที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การ encode ข้อมูล

ฟังก์ชัน json_encode ของ PHP นั้นเป็นอีกฟังก์ชันหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะว่า ฟังก์ชันนี้ทำหน้าที่แปลงค่าที่เราส่งให้ (argument) ให้ออกมาเป็น json ซึ่งสามารถนำเอาไปใช้เพื่อคืนค่าให้กับ AJAX แทนที่จะเป็น XML หรือ Text  จะช่วยให้เราใช้ javascript จัดการกับ Response ได้ง่ายยิ่งขึ้น แค่นี้ก็จะช่วยแก้ปัญหา การส่งค่าตัวแปรอาเรย์ไปยัง Javascript ได้เรียบร้อย

รูปแบบการใช้งานก็ตามนี้

string json_encode ( mixed $value [,int $options = 0] )

<?php
$arr=array('a'=>1,'b'=>2,'c'=>3,'d'=>4,'e'=>5);
echo json_encode($arr);
?>
ผลลัพท์ที่ได้

{"a":1,"b":2,"c":3,"d":4,"e":5}
credit:http://www.imooh.com/


ตัวนับเวลาถอยหลัง (Midnight-Daily-Reset) อย่างง่าย ด้วย Javascript by

31
May
0

จากที่เราเล่นเกมกันบ่อยๆ คงไม่มีใครไม่เคยเห็นระบบเล็กๆน้อยของเกม ที่กำหนดเวลาอนุญาตให้ทำ พูดง่ายๆก็อย่างเช่น ทำได้ทุกๆ สองชั่วโมง สิบสองชั่วโมง หรือ ธรรมดาๆก็ ทำทุกๆ 1 วัน อาทิเช่น ตีเมืองคนอื่นได้แค่วันละครั้ง ส่งของให้เพื่อนได้แค่วันละครั้ง อะไรแบบนี้เป็นต้น และเพื่อความเก๋ไก๋ เราก็ต้องมีตัวนับเวลาถอยหลัง โชว์เวลาถอยหลังให้ตื่นเต้นเล่นๆกันนิดหน่อย ตัวนับเวลาถอยหลังทำได้หลายแบบ เช่น นับจากวันที่กำหนดไว้  เหลือเวลาอีกเท่าไหร่จะถึงวันที่นี้ๆ เดือนนี้ๆ เป็นต้น ตัวนับที่นับถอยตามชั่วโมงที่มีให้เห็นได้ทั่วไป เราจะมาพูดถึง ตัวนับเวลาถอยหลัง ที่ทำทุกๆวัน หรือที่เรียกว่า Daily reset โดยที่ไม่ได้ reset โดยนับ 24 ชั่วโมง แต่จะ reset ตอนเที่ยงคืนของทุกวัน (เพราะเรานับวันใหม่หลังเที่ยงคืน เป็นอะไรที่มาตรฐาน)

มาดูกันว่า ถ้าเราอยากได้ ตัวนับถอยหลังที่นับจากเวลาเที่ยงคืน จะเขียนได้อย่างไรบ้าง

<html>

<head>

<title>Countdown to Mid-night</title>

<script type=”text/javascript”>

function ShowTimes() {

var now = new Date();

var hrs = 23-now.getHours();

var mins = 59-now.getMinutes();

var secs = 59-now.getSeconds();

//   ถึงเที่ยงคืนแล้วจะให้ทำอะไรก็เชคไป บลาๆๆ

if(now.getHours() == 23 && now.getMinutes() == 59 && now.getSeconds() == 59)

{

document.getElementById(“start_butt”).style.display = “block”;

}

var str = ”;

str = now.toString();

str += ‘<br> Timeleft: ‘+hrs+’ hours ‘+mins+’ minutes ‘+secs+’ seconds’;

document.getElementById(‘countdownToMidnight’).innerHTML = str;

}

var _cntDown;

function dontClick() {

document.getElementById(“start_butt”).style.display = “none”;

}

</script>

</head>

<body onload=”_cntDown=setInterval(‘ShowTimes()’,1000)”>

<div id=”countdownToMidnight”></div>

<div id=”start_butt” style=”display:block”>

<button onclick=”dontClick()”>Start</button>

</div>

</body>

</html>

จากตัวอย่าง จะเห็นว่า ถ้ากดปุ่ม Start ไปแล้ว ปุ่มก็หายไป แล้วบอกเป็นนัยๆว่า รอกดใหม่พรุ่งนี้นะ บอกแล้วอย่างง่ายจริงๆ ขอบคุณบทความจาก http://www.webdeveloper.com/forum/archive/index.php/t-215504.html

5 เทคนิคการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น by

31
May
0

บทความนี้ค่อนข้างจะเป็นบทความภาคต่อจาก ทำไมเว็บไซต์ของคุณช้า หรือล่มบ่อย? โดยเป็นรูปแบบ Software Architecture (สถาปัตยกรรมของซอฟต์แวร์) ที่ต้องใช้ในการรันเว็บ application แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้นคงต้องถามตัวเองให้ดีก่อนว่าเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ที่ใช้งานหนักทางด้านไหน? คนนิยมทำอะไรบนเว็บไซต์ของคุณเพื่อที่จะได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการวางระบบของเราได้เหมาะสม ได้แก่

  • เว็บไซต์ของคุณมีรูปแบบ operation ใดมากกว่ากันระหว่าง Read กับ Write? เป็นเว็บที่เน้น Read อย่างเดียวหรือเป็นส่วนมากหรือไม่
  • หากเว็บไซต์ของคุณจำเป็นต้องใช้งาน read มากๆ ลองคิดดูให้ดีว่าข้อมูลที่แสดงให้ User เห็นจำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่ Real Time แค่ไหน ข้อมูล update ช้าลงแค่ 5-10 นาทีจะเป็นอะไรหรือไม่ เช่น สถิติการใช้งานต่างๆ ที่มักต้องใช้ข้อมูลจากหลายๆ ส่วนมาประมวลผลรวมกันมากๆ อาจคำนวณแค่เพียงทุกๆ 5-10 นาที แต่ทุกครั้งที่คนคลิกเพื่อดูข้อมูลเราเพียงแสดงข้อมูลที่ผ่านการคำนวณเก็บไว้อยู่แล้วมาแสดงเท่านั้น (Cache)
  • หากเว็บไซต์ของคุณจำเป็นต้องใช้งาน write มากๆ ลองคิดดูให้ดีว่าข้อมูลของคุณจำเป็นต้อง Durability สูงหรือไม่ (ข้อมูลเมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วต้องคงอยู่ตลอดไปหรือไม่) เช่นระบบ chat ที่ใช้เพียงคนคุยกันแค่ไม่กี่ครั้งก็ล้างข้อมูลทิ้งหมดแล้ว ข้อมูลเก่าๆ ไม่มีการใช้งานอีก แบบนี้อาจพิจารณาการเก็บข้อมูลทั้งหมดใน Memory แทน
  • หาก write เยอะ ข้อมูลที่คุณต้องเปลี่ยนในการเซพข้อมูลลงหนึ่งครั้ง สามารถเปลี่ยนแนวคิดจากการ write ทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงทันทีมา write เฉพาะตอนที่ web server สิ้นสุดการทำงานครั้งสุดท้ายเพียงแค่ครั้งเดียวได้หรือไม่
  • และอื่นๆ อีกมาก

หลายคนจึงอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าแล้วเราจะทำอะไรได้บ้าง? ก็มีวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้

คีย์ลัดในโปรแกรม Photoshop, Illustrator by

31
May
2

สำหรับหัวข้อนี้ ต้องเป็นอะไรที่รวดเร็ว และง่าย เลยนำเสนอลิสคีย์ลัดสำหรับโปรแกรม Photoshop และ Illustrator ^^

กู้เงิน | เศรษฐกิจพอเพียง | สินเชื่อบุคคล | สมัครบัตรกดเงินสด | สินเชื่อ | เงินกู้ด่วน | ยืมเงินทรูมูฟ | เงินด่วนนอกระบบ