Blending Mode ใน Photoshop by

30
Nov
0

ในการมาเล่าสู่กันฟังในครั้งนี้ เป็นการมาบอกเล่าถึงคุณสมบัติของแต่ละโหมด โดยเฉพาะโหมดที่ใช้งานกันบ่อยๆ

Normal แบบปกติ ก็จะเห็นภาพทึบๆธรรมดาๆ layerบนจะไม่ปนกับ layer ล่าง

Darken จะเปรียบเทียบระหว่าง layer บนกับ layer ข้างล่าง อันไหนที่มีค่าสีมืดกว่าก็จะแสดงอันนั้นออกมา

Multiply จะผสมสอง layer เข้าด้วยกัน ทำให้ภาพสีเข้มขึ้นเท่านั้น ไม่มีทางอ่อนลงโดยใช้ค่าสีจาก layer บน ส่วนไหนที่เป็นสีเข้มก็จะเข้มขึ้นมาก ส่วนตรงไหนที่เป็นสีขาวก็จะไม่มีผล

Color Burn จะทำให้ภาพสีสดสุดๆ และก็เหมือนใช้ Burn Tool สีขาวจะไม่มีผลใดๆ

Lighten จะเปรียบเทียบระหว่าง layer ของบนกับ layer ข้างล่าง อันไหนที่มีค่าสีสว่างกว่าก็จะแสดงอันนั้นออกมา

Screen จะผสมสีทำให้ภาพสีอ่อนลงเท่านั้น ไม่มีทางเข้มขึ้นโดยใช้ค่าสีจาก layer บน ส่วนไหนที่เป็นสีขาวมากก็จะอ่อนลงมาก ส่วนตรงไหนที่เป็นสีดำก็จะไม่มีผลใดๆ

Color Dodge คล้ายๆกับ screen โดยจะทำให้ภาพสว่างขึ้น สีดำจะไม่มีผล

Overlay เป็นโหมดที่จะผสมผสานระหว่าง Multiply กับ Screen ปกติ ถ้าเป็น Multiply ตรงไหนมืดจะมืดขึ้น และถ้าเป็น Screen ตรงไหนสว่างก็จะสว่างขึ้น แต่ถ้าเป็น Overlay จะผสมผสานทั้ง Multiply กับ Screen เข้าด้วยกัน

Soft Light คล้ายๆกับ Overlay แต่จะผสมการ blending จะไมาปรากฏณ์ Hilights และ Shadow

Hard Light จะมีคุณสมบัติคล้ายๆกับทำ Overlay จะเสมือนว่าเราเรียง Layer สลับที่กัน

Vivid Light เป็นการผสมผสาน Dodge และ Burn จะทำการ Burn หรือ Dodge สี

Linear Light เหมือนกับ Vivid Light แต่จะใช้การปรับเปลี่ยน Brightness แทน Contrast

Difference จะเปลี่ยนเฉพาะค่า colorไม่ใช่ค่า brightness

Exclusion จะคล้ายๆกัน แต่ว่าจะมี contrast น้อยกว่า

………………..

How to ร้องหุ้ย by

30
Nov
0

วันนี้จะมาสอนทำหยดเหงื่อและน้ำตานะคะ ง่ายนิดเดียว

.

.

.

(รูปตัวอย่างค่ะ)

.

เตรียมนางแบบก่อน

.

.

หัวบรัชที่ใช้ให้ใช้เป็นฟุ้งๆปรับน้ำหนักมือได้ จะทำให้ระบายได้ง่ายกว่าค่ะ ขั้นแรก ปาดจุดที่อยากให้เป็นหยดน้ำลงไปเลย

ฟรีๆไม่ต้องคิดมากค่ะ

.

.

หลังจากนั้นก็ใช้ยางลบค่อยๆเก็บขอบน้ำ (ยางลบฟุ้งๆนะคะ) จินตนาการถึงหยดน้ำที่ไหล แล้วระบายออกมาตามนั้นค่ะ

.

.

ใช้ยางลบปาดให้ส่วนของน้ำเข้มจางไม่เท่ากันเพื่อไม่ให้เป็นแผ่นจนเกินไป ปาดน้ำหนักเบาๆก็พอค่ะ

.

.

อาจจะยังดูแข็งเกินไปเพราะีสีขาวมีพื้นที่หนาเกินไป เพราะฉะนั้นเราต้องลด Opacity ของLayerให้ใสลงหน่อยค่ะ ปรับเอาตามความต้องการ

.

.

ปาดขอบสีขาวเพื่อสร้างมวลน้ำบางๆ ถ้านึกไม่ออกก็ลองหาแบบดูได้ค่ะ

.

.

เสร็จแล้วก็ปรับ Opacity ทั้งหมดลงอีกครั้งเพื่อให้เห็นเป็นใสๆก็เรียบร้อยแล้วค่ะ :)

.

.

.

.

เครื่องมือเขียน blog แบบคนขี้เกียจ by

30
Nov
0

การเขียน blog นั้นสิ่งที่มีส่วนให้ผู้อ่านเข้าใจในสิ่งที่เราเขียนง่ายขึ้นก็คือรูปประกอบ

ซึ่งถ้าเราเขียนอะไรซักอย่างซึ่งมีวิธีทำเป็นขั้นตอนนั้น ถ้าไม่มีรูปประกอบนี่คนอ่านอาจจะทำตามขั้นตอนแบบมั่วๆไม่รู้ว่าตัวเองตอนนี้ถึงขั้นไหนแล้วก็เป็นได้

แล้วรูปประกอบของขึ้นตอนนั้นเราจะเอามาจากไหนล่ะ?  เราก็เอามาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เรากำลังทำขั้นตอนนั้นๆอยู่ได้เลย

ส่วนวิธ๊ capture รูปจากหน้าจอนั้นก็มีหลายวิธี อาจจะกดปุ่ม printscreen หรือจะควักกล้องตัวเองออกมาถ่ายรูป (อันนี้ไม่แนะนำ) ก็เป็นวิธีส่วนหนึ่ง

แต่วันนี้เราจะใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Greenshot ซึ่งหาโหลดได้ที่

http://getgreenshot.org/downloads/

โปรแกรมนี้มี feature ที่มีประโยชน์หลายอย่างเช่น ใช้ capture รูปทั้งหน้าจอ capture เฉพาะส่วนของจอ และยังสามารถนำรูปมาแต่งเพื่อใช้ชี้จุดต่างๆได้ด้วย

เมื่อเราลงโปรแกรมเสร็จแล้ว สามารถเรียกใช้งานได้จาก notification icon ที่อยู่ด้านขวาล่างโดยการคลิกขวาที่ icon Greenshot

notification icon

คำสั่งหลักๆก็จะมี

Capture region จะเป็นการ capture เฉพาะส่วนพื้นที่ ที่เราลากคลุมไป

levelup-studio-google-chrome_2012-11-30_18-18-10

Capture last region เป็นการ capture พื้นที่ล่าสุดที่เราใช้ในคำสั่ง Capture region

Capture window เป็นการ captue หน้าต่างที่เราเลือก ในตัวอย่างคือเลือกหน้าต่างของ chrome มา

levelup-studio-google-chrome_2012-11-30_18-23-16

Capture full screen จะ capture ทั้งหน้าจอมาเลย

levelup-studio-google-chrome_2012-11-30_18-23-161

4 คำสั่งนี้เป็นการ capture หน้าจอในแบบต่างๆ

ต่อมาเราจะมาแต่งรูปโดยใช้ greenshot โดยเครื่องมือต่างๆจะอยู่แถบซ้าย

greenshot-image-editor-levelup-studio-google-chrome_2012-11-30_18-30-331

ไล่ตามลำดับลงมาจะเป็นเครื่องมือวาดต่างๆ ซึ่งในตัวอย่างจะใช้เครื่องมือวาดรูปสี่เหลี่ยม

เครื่องมือที่น่าสนใจที่อยากแนะนำคือ obfuscate ซึ่งสามารถเบลอภาพเฉพาะส่วนได้

มีประโยชน์มากในการปิดบังข้อมูลที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเห็นหรือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เมื่อใช้แล้วจะได้ผลลัพธ์ออกมาประมาณนี้

levelup-studio-google-chrome_2012-11-30_18-29-51

ทั้งหมดนี้ก็เป้นเพียงส่วนหนึ่งของโปรแกรม Greenshot ที่เราสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยในการเขียน blog แบบง่ายๆกันนะครับ

ที่สำคัญโปรแกรมนี้สามารถใช้ได้ฟรีครับ ใครหาโปรแกรมประเภทนี้อยู่ก็ลองโหลดมาใช้กันได้

ทำ Database จาก Excel แบบคนขี้เกียจ by

30
Nov
0

พูดถึงข้อมูลในเกมแล้ว สิ่งที่ขาดไปเสียไม่ได้เลยคือ ข้อมูลต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นตัวละครคนเล่นก็ดี หรือของมอนสเตอร์ก็ดี หรือข้อมูลของแผนที่ก็ดี ซึ่งมักจะเป็นข้อมูลที่เยอะมากและข้อมูลบางอย่างก็มีความซับซ้อนมากอีกด้วย
เนื่องด้วยว่าผมขี้เกียจจะต้องมานั่ง insert datavase ทีละตัวๆ ผมเลยใช้วิธีแบบขี้เกียจๆดังนี้ครับ
เราก็แยกประเภทของ database ก่อนนะครับ
ประเภทแรก เป็นข้อมูลประเภทที่ตารางไม่ซับซ้อนมากนักมี field อยู่ไม่กี่ field และไม่ได้มี type เป็น text ที่จะต้อง serialized หรือ json_encode อยู่ด้วยละก็สร้างไฟล์ .csv ขึ้นมาแล้ว import ผ่าน phpmyadmin เลยก็ได้โดยมีข้อกำหนดเล็กๆน้อยๆดังนี้
1. ไม่ต้องมีหัวตาราง มาถึงก็เป็นข้อมูลได้เลย
1
2. จำนวน filed ต้องมีเท่ากับใน database พอดีเป๊ะ ไม่งั้น import ไม่ได้นะเออ
เท่านั้นแหละครับ
เราไปต่อกันที่ประเภทที่สองกันเลย
ประเภทที่สองนี่ เป็น database ที่ตารางมีความซับซ้อนตั้งแต่ปานกลางถึงซับซ้อนมากที่สุด ใช้วิธีนี้ได้หมดเลย มีวิธีการดังนี้
1. สร้างไฟล์ .csv ขึ้นมาโดยต้องใส่หัวตารางด้วย เพราะต้องเอาไปใช้เป็น index เพื่ออ้างถึงข้อมูลในช่องนั้นๆ และไม่จำเป็นต้องมี field เท่ากับใน database ด้วย
21
2. อัพโหลดขึ้นไปบน server หรือจะทำในเครื่องก็ได้ แต่ก็จะต้อง export database จากในเครื่องไป import ใน server อีกทีอยู่ดี
3. เขียน code ที่จะอ่านไฟล์ .csv ที่เราสร้างขึ้น แล้วเอามา insert ลง database โดยใน code อยากจะ ต้มยำทำแกงอะไรกับข้อมูล ก่อน แล้วค่อย เอามา insert ลง database ก็ได้ทั้งนั้น
3
4. run code ที่เขียนขึ้น แล้วข้อมูลก็จะไปปรากฏตัวใน database ให้เหมือนเสกมา ห้าห้า

ทำข้อมูล Stat Monsters ด้วย Excel แบบคนขี้เกียจ by

30
Nov
0

พูดถึงข้อมูลในเกมแล้ว สิ่งนึงที่ขาดไปเสียไม่ได้เลยคือ ข้อมูลของค่าพลัง(Stat)ของตัวละครต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นตัวละครคนเล่นก็ดี หรือของมอนสเตอร์ก็ดี ซึ่งมักจะเป็นข้อมูลที่เยอะมาก เช่น
ในเกมมีมอนอยู่ 100 แบบ มีทั้งแบบตัวอ่อนๆตั้งแต่โปริ่ง ไปจนถึงโหดนรกอย่างบาโฟ
สมมติให้แต่ละตัวมี Stat แค่ 2 แบบคือ Atk และ Def แค่เท่านี้เราต้องกรอกตัวเลขถึง 200 ช่องแล้ว
นี่ยังไม่ันับว่ามันต้องสมดุลกันด้วยอีกนะ

เนื่องด้วยว่าผมขี้เกียจจะต้องมานั่งกรอกตัวเลขทีละตัวๆ ผมเลยใช้วิธีแบบขี้เกียจๆดังนี้ครับ

1. ขั้นแรกต้องกำหนดกฎของ Stat มอนขึ้นมาก่อน ในตัวอย่างต่อไปนี้ผมตั้งกฎไว้ว่า

  • Atk และ Def มีคุณค่าเท่ากัน
  • Stat ขึ้นอยู่กับ MP(ค่าร่ายมอน) ถ้า MP เยอะ Stat เยอะตาม
  • Monster มี ความเก่งแบ่งเป็น 1-5 ดาว ยิ่งเยอะ Stat ต่อ MP จะเยอะตาม
    • 1 ดาว – stat ต่อ mp = 220
    • 2 ดาว – stat ต่อ mp = 230
    • 3 ดาว – stat ต่อ mp = 250
    • 4 ดาว – stat ต่อ mp = 265
    • 5 ดาว – stat ต่อ mp = 280
  • Monster ในแต่ละดาวมี MP ไม่เท่ากัน แบ่งเป็นช่วงๆ เช่น มอน 1 ดาวมี MP 2-8

2.เมื่อตั้งกฎคร่าวๆแล้ว ก็เปิด excel สร้างข้อมูลคร่าวๆมาเลยครับ ตามกฎที่เราตั้งไว้

3.เริ่มจากใส่ค่าของ ATK ก่อน ก็ใส่สูตรในช่องของ Excel เลยครับตามนี้
=FLOOR(D2*E2*RANDBETWEEN(45,55)/100,1)

สูตรที่ผมใส่คือ ผมเอาข้อมูลช่อง mp x stat per mp จะได้ออกมาเป็น Stat รวมของมอนตัวนี้
จากนั้นคูณด้วยค่าแรนด้อมตั้งแต่ 45-55%
คำสั่ง FLOOR ที่ใส่่ไว้เพื่อให้มันปัดเศษทศนิยม

เสร็จแ้ล้วเราจะได้ข้อมูล Atk ของมอนตัวที่1มา จากนั้นก็ copy ลงมาตามแนวตั้งเลยครับ
เราก็จะได้ Atk ของมอนทั้งหมด

4.จากนั้นเราก็ไปต่อที่ stat def สูตรที่ผมใ้ช้คือเอา Stat รวมลบด้วย Atk ที่เราสร้างมาไว้ตะกี้

ที่ทำแบบนี้เพราะว่า ตอนแรกเราแรนด้อมให้ atk แกว่งอยู่ที่ 45-55% แล้ว
หมายความว่าจะมีมอนบางตัวที่ Atk น้อยกว่าครึ่งของ Stat รวม และบางตัวที่มากกว่าครึ่งของ Stat รวม
ค่า def ของตัวที่ atk เยอะ ก็จะน้อย และ ค่า def ของตัวที่ atk น้อย ก็จะเยอะ

จากนั้นก็ทำแบบเดิมครับ copy ลงมาทั้งแถว ก็จะได้ข้อมูลของมอนครบทุกตัว

*Note : ข้อมูลแรนด้อมใน excel มันจะสุ่มใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงของไฟล์ครับ
เพราะฉะนั้นทางที่ดี ควร copy ข้อมูลที่ได้เอาไว้แค่ value อย่างเดียว แล้วค่อยเอาไปทับกับแถวเดิม

5.แต่เดี๋ยวก่อน!! มันยังไม่จบแค่นี้ครับ ถึงจะแรนด้อมเป็น % ก็จริง แต่เราจะรู้ได้ไงว่ามอนของเรานั้น
มีสาย atk และ def พอๆกัน ต่อไปเป็นวิธีการแยกว่ามอนแต่ละัตัวเป็นสายอะไร โดยไม่ต้องนั่งเทียบทีละัตัวครับ
ใส่คำสั่งในช่องใหม่ว่า =IF(F2>G2,”atk type”,”def type”)
หมายความว่า ถ้าข้อมูลช่อง atk(F2) มากกว่า def(G2) พิมพ์คำว่า atk type
ถ้าไม่ใช่ก็หมายความว่า เป็นสาย def ให้พิมพ์คำว่า def type

6.ต่อมาผมก็เริ่มขี้เกียจที่จะมานั่งนับเองอีกครั้งว่า แต่ละสายเนี่ยมันมีกี่ตัว ก็เพิ่มคำสั่งในช่องใหม่อีก
=COUNTIF(H2:H37,”atk type”) ตามรูปครับ

แล้วก็ทำอีกครั้งกับสาย def

7.ถ้ามันมีจำนวนไม่ค่อยเท่ากัน ต่างกันเยอะๆ ก็ค่อยไปปรับจาก stat ช่อง atk def เอาทีละตัวครับ

โหลดไฟล์ตัวอย่างได้ที่ลิ้งค์นี้ครับ >> https://dl.dropbox.com/u/773258/blog/stat_mon/sample.xlsx

FIN

กู้เงิน | เศรษฐกิจพอเพียง | สินเชื่อบุคคล | สมัครบัตรกดเงินสด | สินเชื่อ | เงินกู้ด่วน | ยืมเงินทรูมูฟ | เงินด่วนนอกระบบ