Submit app Blackberry 10 เข้าไปใน app world ยังไง? by

31
Jan
0

เนื่องจากผมได้ไปร่วมงาน Blackberry งานนึงเพื่อน port เกมลง BB10 เมื่อเดือนธันวาคม เลยขอ blog เรื่องนี้ซะหน่อย ซึ่งการจะสร้าง app ใน BB10 นั้นมีอยู่หลายวิธี เช่น

  1. HTML5 – ตัวนี้ใช้ Phonegap หรือเปล่าไม่แน่ใจ
  2. Adobe AIR – เช่นเดียวกับ Mobile OS ตัวอื่นๆ แต่ว่าใครใช้ Stage3D จะแปลงไมได้นะ
  3. Native – เป็น C++ ซึ่งจะสามารถเข้าถึง API แบบ low level ได้ รวมไปถึงการทำ In-app purchase ก็จำเป็นต้องใช้ Native เพราะเค้ายังไม่ทำออกมาให้ support ใน HTML5 และ Adobe AIR ครับ

ส่วนผมใช้ AIR ครับ มาดูกันดีกว่าว่าขั้นตอนการ submit มีอะไรบ้าง

  1. สร้าง vendor account สำหรับเป็นตัวแทนนิติบุคคลในการส่ง app ที่ https://appworld.blackberry.com/isvportal/ ก็กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน (ถ้าใครเคยส่ง app BB เวอร์ชั่นอื่นมาก่อนก็ข้ามไปได้เลยครับ) จะมีถามว่าต้องการขาย app (เก็บเงิน) ด้วยไหม ถ้าใช่ก็ต้องกรอกรายละเอียด Paypal account ด้วย
  2. สร้างแล้วต้องรอ verify ครับถึงจะเริ่มใช้งานได้ ผมไม่แน่ใจเรื่องเวลาเพราะตอนนั้นเค้า verify ให้เดี๋ยวนั้นเลย
  3. Login เข้า URL เดิมหลังจากทางนั้นส่ง email มา confirm เรียบร้อย
  4. เลือก Manage Product
  5. Add Product
  6. Step 1 จะเป็นรายละเอียดทั่วๆ ไปได้แก่ชื่อ, SKU (codename ของ app ตั้งอะไรก็ได้เลย ผู้ใช้ไม่เห็น), Category, Rating, License ซึ่งส่วนของ License ถ้าจะทำ Free แต่มี In-app purchase ก็ต้องเลือกเป็น Free ครับ แต่ถ้าจะเปลี่ยนจาก Free เป็น Paid จะเปลี่ยนทีหลังไม่ได้ ต้องระวังด้วย
  7. Step 2
    • Short Description (ห้ามเกิน 50 ตัวอักษร) จะโชว์เมื่อ app เราอยู่ในส่วนแนะนำ
    • Long Description (ห้ามเกิน 1000 ตัวอักษร)
    • keyword (มากสุด 10 keyword)
    • Language ใส่คำบรรยายหลายๆ ภาษาได้
  8. Step 3
    • Product Icon – 480×480 pixel PNG Image
    • Product Featured Image - 1920×1186 pixel PNG image
    • Screenshots – ไม่เกิน 50 รูป, ห้ามเกิน 1280×1280 pixels และเป็น GIF,JPG, PNG
  9. Step 4 เปิดให้ประเทศไหนใช้บ้าง ไม่มีอะไรครับ
  10. เสร็จแล้วอาจสงสัยว่ายังไม่มีให้ submit ตัว app ที่สร้างมาเลยนี่หว่า – -” ยังไม่จบครับ เพราะเราต้องกลับมาหน้า Manage Product ก่อนอีกครั้ง
  11. กดตรงปุ่ม + ใต้ Release เพื่อ upload ตัว app จริงๆ ครับ
    vendor-portal-for-blackberry-worlde284a2-google-chrome_2013-01-31_23-08-26
  12. Next เรื่อยๆ จนมาถึง Step 4 ครับ (ก่อนถึง Step นี้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยตามหัวข้ออยู่ ซึ่งสามารถข้ามได้ แต่บางอย่างเช่นการ encrypt, การใช้งาน third party ถ้ามีก็ต้องใส่ครับ) ตรงนี้แหละที่เราจะ upload ไฟล์ .BAR ที่เป็นตัว app ของเราขึ้นไปจริงๆ เสียที กดที่ Batch import file เพื่อ upload แล้วไฟล์จะปรากฎที่ด้านล่าง เราต้องเลือก Platform เป็น QNX, Min OS เป็น 10.0.0 (เราทำลง BB10 นี่!)
  13. Step 5 กรอกรายละเอียดขั้นสุดท้ายเป็นอันเสร็จ ทีนี้ก็ต้องรอ approve ประมาณ 1 อาทิตย์ครับ โชคดี :)

การทำ Localized ด้วย CI by

31
Jan
0

ใน CI จะมี Class Language ให้ใช้กันอยู่แล้วนะครับวิธีใช้ก็แสนจะง่ายดาย มั่กมั่ก เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Language File กันก่อนนะครับ Language File คือ ไฟล์ที่เก็บคำแปลของคำต่างๆในภาษาไว้เพื่อให้ Class Language นำมาแทนที่คำในภาษาอังกฤษนั่นเอง โดย Language File นั้นจะมีที่ตั้งอยู่ที่ Folder Language ครับ โดยเราต้องสร้าง Folder ใน Folder Language ไว้ก่อนโดยที่ชื่อ Folder ที่สร้างใหม่นี้เราจะต้องนำมาใช้เพื่อโหลดข้อมูลจาก Language File ที่เราจะสร้างไว้ด้วย ดังนั้นแนะนำให้ใช้ชื่อภาษาชื่อเต็มนะครับ จะได้ไม่สับสน โดยใน Folder Language จะมี Folder ชื่อ english อยู่แล้วดังนั้นหากเราจะทำ Localized ภาษาไทยคู่กับภาษาอังกฤษก็สร้าง Folder ชื่อ thai เอาไว้ใน Folder Language เลยนะครับ และสร้างไฟล์ PHP ที่มีชื่อต่อท้ายด้วย _lang.php นะครับ เช่น test_lang.php

เมื่อสร้าง Language File เสร็จแล้วเรามาเขียนข้อมูลให้ไฟล์ test_lang.php กันดีกว่า โดยจะมีโครงสร้างตัวแปรดังนี้
$lang['language_key'] = “The actual message to be shown”;
ยกตัวอย่าง
ในไฟล์ test_lang.php ใน Folder english เราก็พิมไปว่า
$lang['test'] = ‘test’;
และในไฟล์ test_lang.php ใน Folder thai เราก็พิมไปว่า
$lang['test'] = ‘ทดสอบ’;

ต่อไปในจุดที่เราจะใช้ Localized เราก็ต้อง load Language File ขึ้นมาก่อนด้วยคำสั่ง $this->lang->load(‘filename’, ‘language’); จากตัวอย่างเราก็ต้องเป็นแบบนี้ $this->lang->load(‘test’, ‘thai’);

ต่อมาด้วยการโหลด helper ด้วยคำสั่ง $this->load->helper(‘language’);

ถึงตอนนี้เราก็พร้อมกันแล้วที่จะเรียกใช้ Class Language ด้วยคำสั่งนี้ lang(‘language_key’); เช่น echo lang(‘test’); ในตอนนี้หากเราโหลด Language File ภาษาไทยผลที่ได้คือคำว่า ทดสอบ นั่นเอง

มาถึงการใช้ประโยชน์จริงๆกันบ้างยกตัวอย่าง ถ้าเราทำ web ที่มีปุ่มเปลี่ยนภาษา ไว้หลายภาษา เช่น ไทย อังกฤษ เวียดนาม จีน ฝรั่งเศส เป็นต้น เมื่อ ผู้ใช้ กดปุ่มเปลี่ยนภาษา เราก็แค่บันทึกลงในฐานข้อมูลว่าผู้ใช้คนนี้ใช้ภาษาใดเป็นภาษาพื้นฐาน เมื่อผู้ใช้เข้ามาอีกครั้งเราก็เลือกภาษาให้จากฐานข้อมูลที่เราบันทึกไว้นั่นเอง

ประสบการณ์การพอร์ท Flex 4.0 Application ไปยัง Flex 4.6 Mobile Application สำหรับลง Blackberry!! by

31
Jan
0

หลังจากที่ได้ไปงาน Port-A-Thon ของ Blackberry เมื่อเดือนก่อนเลยได้วิธีการที่จะนำเกมของเราที่อยู่ใน Flex 4.0 ซึ่งเป็น Web Application ไปรันใน Blackberry ที่ต้องเป็น Mobile Application (แต่ทำการรันเพียงใน Local เท่านั้นนะครับ ยังไม่มีการติดต่อ Server ใดๆ) ซึ่งจะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่ายซะทีเดียว โดยวิธีการมีดังนี้จ้า

• ในขั้นแรก เนื่องจากใน Adobe Flash Builder 4.5+ มีการซัพพอร์ทการเขียน Mobile Application ลง OS ของโทรศัพท์มือถือต่างๆ เราจึงต้องย้าย sdk จากเกมของเราที่อยู่ใน Flex4.0 ไปอยู่ในเวอร์ชั่นใหม่ๆ โดยที่เลือกคือ Flex 4.6 ดังนั้นก็เริ่มจากสร้างโปรเจ็คกันก่อน

เลือก New Flex Mobile Project...

เลือก New Flex Mobile Project...

• ตั้งชื่อโปรเจ็คและตั้งค่า SDK

ตั้งค่าต่างๆให้ถูกต้อง

ตั้งค่าต่างๆให้ถูกต้อง

• เลือก Target Platforms เป็น Blackberry และตั้งค่า Application

เลือก Target Platforms เป็น Blackberry แล้ว Finish ได้เลยครับ

เลือก Target Platforms เป็น Blackberry แล้ว Finish ได้เลยครับ

• จากนั้นคัดลอกโฟลเดอร์ที่มีโค๊ดและไลบรารี่ของ Flex Application จาก 4.0 ไปวางทับใน 4.6

คัดลอกโฟลเดอร์ที่มีโค๊ดและไลบรารี่ของ Flex Application จาก 4.0 ไปวางทับใน 4.6

ก็อปปี้โลด

• Refresh โปรเจ็คใหม่ของเราเพื่ออัพเดทโค๊ดที่ก็อปปี้มาครับ

รีเฟรชโปรเจ็คสักรอบ

รีเฟรชโปรเจ็คสักรอบ

•  ก็อปปี้โค๊ดจากตัว Main Application เก่าไปไว้ในตัวใหม่ แล้วลบตัวเก่าได้เลยครับ

ก็อปปี้โค๊ดจากตัว Main Application เก่าไปไว้ในตัวใหม่ แล้วลบตัวเก่าได้เลยครับ

ย้ายเมน

• Error ก็จะโผล่มาเยอะแบบนี้แหละครับ เวลาย้ายเวอร์ชั่น SDK จาก 4 ไป 4.6 หลักๆก็แทบจะไม่ใช้แท็ก mx แล้ว เราก็แก้ให้เป็น Spark ให้หมดครับ

Error ก็จะโผล่มาเยอะแบบนี้แหละครับ เวลาย้ายเวอร์ชั่น SDK จาก 4 ไป 4.6 หลักๆก็แทบจะไม่ใช้แท็ก mx แล้ว เราก็แก้ให้เป็น Spark ให้หมดครับ

Error เต็มเบยยย

• Debug Configurations ตั้งค่าต่างๆที่จะรัน ถ้าเข้ามาครั้งแรกกด Configure… เพื่อเพิ่มตัวที่จะรันครับ

Debug Configurations ตั้งค่าต่างๆที่จะรัน ถ้าเข้ามาครั้งแรกด Configure... เพื่อเพิ่มตัวที่จะรันครับ

Configure... เพื่อไปต่อครับ ถ้าใช้ได้แล้วก็กด Debug เลย

• จะเป็นหน้าควบคุม Device กับ Simulator ที่เรามีอยู่ ถ้าต้องการเพิ่มแนะนำให้เลือก Run Blackberry Deployment Setup Wizard เลยครับใช้ง่าย

จะเป็นหน้าควบคุม Device กับ Simulator ที่เรามีอยู่ ถ้าต้องการเพิ่มแนะนำให้เลือก Run Blackberry Deployment Setup Wizard เลยครับใช้ง่าย

Run Blackberry Deployment Setup Wizard ด้านบน

• กด Next มาที่แท็บที่สอง ให้เราเลือกค้นหา Device หรือ Simulator ได้ตามที่เราจะใช้เลยครับ ถ้าเป็น Simulator ก็ใช้ได้เลยครับถ้าเป็น Device ก็จะต้องใส่ Signed Keys และเซ็ท Debug Token ซึ่งขอได้จาก https://www.blackberry.com/SignedKeys/codesigning.html

กด Next มาที่แท็บที่สอง ให้เราเลือกค้นหา Device หรือ Simulator ได้ตามที่เราจะใช้เลยครับ

เลือก Simulator หรือ Device หรือ Auto เลยก็ได้ครับ

เมื่อเสร็จแล้วก็กด Finish และ OK ก็จะกลับไปหน้า Debug Configurations อีกครั้งถ้าเราตั้งค่าถูกต้องหมดแล้วก็รันได้เลยครับ ถ้าเรามีเครื่อง BB10 แล้วก็สามารถ Run เพื่อให้ Application เข้าไปอยู่ใน BB10 ของเราได้เล้ย!!

ปรับภาพให้ดูชัดขึ้น ด้วยHigh Pass [Ps] by

31
Jan
0

เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับรูปที่ถ่าย หรือภาพวาดขึ้น เรื่องความชัด เบลอ หรือคอนทราสต์ มีวิธีแก้อย่างง่าย…

เริ่มเลย…เปิดรูปต้นฉบับ

Copy… ไม่ก็กด Ctrl+J

แล้วไปที่คำสั่ง Filter>Other>High Pass

ปรับ Radius สักกกกกกกก…100 Pixel

ปรับโหมด เป็น 

ผลที่ได้ คือ…

การออกแบบตัวละคร: วิธีบวก by

31
Jan
1

ล่าสุดไปซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านครับ(eng)
ภายในเล่มก็พูดถึงวิธีการออกแบบตัวละครต่างๆ ซึ่งก็มีหลายๆวิธี
entry นี้จะพูดถึงวิธีแรกและเป็นวิธีง่ายที่สุดที่ในเล่มพูดถึงนะครับ


*หมายเหตุ : ภายในเล่มจะมีตัวอย่างหลายๆแบบ ซึ่งในบลอคนี้ผมจะเอารูปตัวอย่างที่ผมหามาเอง มาใช้ในครับ ไม่ใช่รูปเดียวกับในหนังสือ

วิธีการบวก จริงๆแล้ววิธีนี้เป็นวิธีที่หลายๆคนอาจจะใช้อยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจจะใช้โดยไม่รู้ตัวก็ได้ ตัวอย่างที่หลายๆท่านอาจะเคยเห็นแล้วในพวกสัตว์ในตำนานต่างๆ เช่น

Griffin = สิงโต + อินทรี

Minotaur = กระทิง + มนุษย์

ตัวอย่างที่ผมเอาไปใช้ในงานของตัวเอง


มังกรบิน(ไวเวิร์น)+ไฟ

ไดโนเสาร์+น้ำแข็ง

จิ้งจอกเก้าหาง+ผู้หญิง+ชุดมิโกะ+ร่ม+ดาบญี่ปุ่น

สาวsexy+แมลงเต่าทอง

นอกจากนี้หลายๆครั้งผมเอาไปใช้การวิวัฒนาการด้วย

ร่างที่ 1 : นางเงือก
ร่างที่ 2 : นางเงือก + เครื่องประดับ
ร่างที่ 3 : นางเงือก + เครื่องประดับราชินี + สัตว์ำพาหนะ(นีโม)

ที่มาของรูป :

http://atcloud.com/stories/83917

http://pirun.kps.ku.ac.th/~b5420102412/Lion.html

http://animals.nationalgeographic.com/animals/birds/bald-eagle/

http://set2day.wordpress.com/2011/06/10/bull-and-bear/

http://www.success.co.il/knowledge/languages/index.html

http://www.chicagogluttons.com/walking-spanish-with-achatzs-cover-band/minotaur/

กู้เงิน | เศรษฐกิจพอเพียง | สินเชื่อบุคคล | สมัครบัตรกดเงินสด | สินเชื่อ | เงินกู้ด่วน | ยืมเงินทรูมูฟ | เงินด่วนนอกระบบ